Your browser (Internet Explorer 6) is out of date. It has known security flaws and may not display all features of this and other websites. Learn how to update your browser.
X
  • ผ่านไปผ่านมาหลายครั้งยอมรับว่าไม่เคยที่จะลองแวะเข้าไปด้านข้างกระทรวงกลาโหม ที่อีกฝั่งจะเป็นกรมแผนที่ทหาร หรือ จะเป็นลายรดน้ำที่หอเทพารักษ์ทั้ง 5 ที่มีลายรดน้ำที่สัญลักษณ์อาจจะแปลกตา และ ยอมรับว่าไม่ทราบความหมายจริงๆ

    บางครั้งที่ชอบไปในที่เดิมๆหลายครั้ง เพราะเมื่อไปครั้งใหม่เราก็พยายามที่จะมองหามุมใหม่ๆ หรือ อะไรที่แปลกตาไปจากที่เราเคยเห็น (ซึ่งบางครั้งก็ประสบความสำเร็จด้วยดี หรือ บางครั้งอาจจะไม่เจอความแปลกใหม่เลยก็ได้เช่นกันน่ะครับ)

    บางครั้งเห็นตึกเก่าๆสวยงาม แต่ติดตรงที่บรรดาสายไฟ สายโทรศัพท์ หรือ แม้กระทั่งป้ายโฆษณาต่างๆ ที่ทำให้ความงดงามของอาคารสถานที่ลดลงได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ

    ชมภาพทั้งหมดที่นี่

  • Read more
  • ในวันสำคัญทางศาสนานั้นวัดเกือบจะทั้งหมดจะเปิดให้ประชาขน ผู้ที่สนใจเข้าได้ในแทบทุกส่วน(ที่สามารถเข้าชมได้) เพราะบางวัดแล้วนั้น อาจจะไม่ได้เปิดให้บุลคลทั่วไป และ ผู้ที่สนใจ ให้สามารถเข้าชมได้ทุกวัน แม้จะต่างกันด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม แต่สำหรับวันสำคัญทางศาสนาอย่างวันวิสาขบูชาก็เป็นข้อยกเว้น

    ตอนเช้าผมเริ่มจากการไปถวายเพลให้กับคนในครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้ว และตามด้วยการที่เข้าไปยังเกาะรัตนโกสินทร์เพื่อไหว้พระ ซึ่งครั้งนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนการเดินทางหรือวัดที่ไหว้เนื่องจากเหตุผลบางประการ

    ตอนแรกผมเองนั้นก็ไม่นึกว่าจะสามารถไหว้ถึงเก้าวัด ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีเพราะไหว้วัดสุท้าย คือ วัดสุทัศน์ ไหว้เสร็จฝนตกลงมาอย่างหนักจนติดตค้างอยู่ที่หน้าที่ว่าศาลากลางกรุงเทพเกือบสี่สิบห้านาที แต่เป็นจังหวะที่ดี เพราะว่าปกติแล้วผมจะเวียนเทียนที่วัดปทุมวนาราม แต่ครั้งนี้ได้มาเวียนที่วัดราชบพิตร

  • Read more
  • พระราชพิธีวิสาขบูชา สมัยรัตนโกสินท์เริ่มขึ้นเมื่อ สมัยรัชกาลที่ ๒ สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

    ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการริเริ่มกิจกรรม การตั้งโต๊ะบูชาตามรอบเฉลียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ต่อมาทรงเปลี่ยนใหม่เป็น “โคมตราตำแหน่ง”

    ทั้งสามภาพนี้ถ่ายในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา โดยจะมีโคมส่วนหนึ่งแขวนอยู่รอบๆพระอุโบสถ และส่วนหนึ่งนั้นแขวนอยู่รอบระเบียงครับ

  • Read more
  • ยอมรับว่าหลายๆครั้งเป็นคนที่ไม่ละเอียดถี่ถ้วนสักเท่าใดนัก เหมือนในกรณีของเสาหลักเมืองกรุงเทพ เพราะหลายครั้งที่มีโอกาศได้เข้าไปไหว้ ก้จะสังเกตุเห็นเสาสองต้น แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนได้มาอ่านข้อมูลในอินเตอร์เน็ตจึงได้ทราบว่า

    @ เสาหลักเมือง ที่ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ต้นใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง ๓๐ นิ้ว สูง ๑๐๘ นิ้ว แกนในเป็นเสาไม้ชัยพฤกษ์ มีไม้จันทน์ประดับนอก ลงรักปิดทอง หัวเสาเป็นทรงบัวตูม ภายในกลวงสำหรับบรรจุชะตาพระนคร ดวงนี้อยู่ใจกลางยันต์สุริยาทรงกลด จารึกในแผ่นทอง เงิน นาก ตรงปลายเสาทำเป็นรูปหัวเม็ดทรงมัณฑ์ บรรจุดวงชะตาของกรุงเทพฯ ไว้ภายใน ณ วันอาทิตย์เดือน ๖ ขึ้น ๑๐ค่ำ เดือน ๖ ปีขาล ตรงกับวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ เวลา ๐๖:๕๔ น. เพื่อให้บ้านเมืองมั่นคงเป็นปึกแผ่น ไม่มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลง และเกิดความร่มเย็น เจริญรุ่งเรือง ในปลายเสาหลักเมือง ทำเป็นหัวเม็ดทรงมัณฑ์ จะบรรจุดวงชะตาของเมืองที่จะสร้างขึ้นไว้ด้วย

    @ สมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ ซึ่งทรงเชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์มาก อีกทั้งทรงตรวจดวงพระชะตาของพระองค์ว่าเป็นอริแก่ลัคนาดวงเมืองกรุงเทพฯ ท่านจึงทรงทำพิธีแก้เคล็ดอาถรรพณ์อย่างแบบยนปัญญา โดยทรงพระราชดำริว่าหลักเมืองเดิมชำรุดทรุดโทรมมาก ไม่ได้ซ่อมแซมมาหลายรัชกาล จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทำขึ้นใหม่ โดยโปรดทรงแก้ไขดวงเมือง ประกอบพิธีจาริกดวงพระชันษาพระมหานครลงบนแผ่นทองคำหนัก 1 บาท ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โปรดให้ถอนเสาหลักเมืองเดิมออก และประดิษฐานฝังเสาหลักเมืองใหม่ขึ้นอีกเสาหนึ่งคู่กัน กับเสาเดิม แกนในเป็นเสาไม้สัก มีไม้ชัยพฤกษ์ประดับนอก หัวเสาเป็นรูปยอดเม็ดทรงมัณฑ์ พร้อมบรรจุชะตาพระนคร ให้มีสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล มีอุดมมงคลฤกษ์ ในวันอาทิตย์ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๙๕ เวลา ๐๔:๔๘ น. แล้วให้ช่างสร้างแปลงรูปศาลหลักเมืองเสียใหม่ ให้ยอดเป็นรูปปรางค์ตามอย่างศาลาที่กรุงศรีอยุธยา จากนั้นทรงบรรจุดวงพระชันษาพระมหานครใหม่ไว้ที่เสาหลักเมือง และมีการสมโภชฉลองด้วย

    ด้วยเหตุนี้ เสาหลักเมืองที่ประดิษฐาน ณ ศาลพระหลักเมืองกรุงเทพฯ จึงมี ๒ ต้น คือเสาเดิมครั้งรัชกาลที่ ๑ คือต้นสูง ที่ได้ทำพิธีถอนเสาแล้ว แต่หาที่เก็บที่เหมาะสมไม่ได้จึงคงไว้ ส่วนเสาพระหลักเมืองครั้งรัชกาลที่ ๔ คือ ต้นที่มีส่วนสูงทอนลงมา

    ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของสนามหลวง ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนมหาไชย เขตพระนคร ภายในศาลพระหลักเมืองกรุงเทพฯ นอกจากพระหลักเมืองแล้ว ยังเป็นที่ประดิษฐานเทพารักษ์สำคัญ 5 องค์ ที่ให้ความร่มเย็นแก่แผ่นดินและประชาราษฏร์ทั้งปวง คือ

    – พระหลักเมือง
    – พระเสื้อเมือง
    – พระทรงเมือง
    – พระกาฬไชยศรี
    – เจ้าพ่อเจตคุปต์
    – เจ้าพ่อหอกลอง

  • Read more